วันที่ 15 ตุลาคม 2569 เพจเฟซบุ๊ก ดาราภาพยนตร์ แจ้งข่าวเศร้าวงการเพลงลูกทุ่งอีสาน เมื่อ “จ่าหรีด อุดร” นักร้องลูกทุ่งเจ้าของเพลงดัง “กะเทยเฒ่า” และ “บ่าวขี้คร้าน” เสียชีวิตลงอย่างกะทันหัน เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม เวลาประมาณ 23.00 น. โดยก่อนเสียชีวิตมีอาการแน่นหน้าอกและหายใจไม่ออก สร้างความเศร้าเสียใจให้กับครอบครัว เพื่อนร่วมวงการ และแฟนเพลงที่ติดตามผลงานมาอย่างยาวนาน
จากพาดหัวข่าวนี้ สามารถนำเสนอเป็นข่าวบันเทิงแนวอาลัยและรำลึกถึงศิลปินลูกทุ่งอีสานยุค 90 โดยเน้นความผูกพันกับแฟนเพลงและความสูญเสียที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน แต่ควรตรวจสอบชื่อศิลปินและแหล่งข่าวก่อนยืนยันการเสียชีวิต เพื่อไม่ให้ข้อมูลคลาดเคลื่อน
สรุปข่าวเศร้า: อาลัย “จ่าหรีด อุดร” ตำนานลูกทุ่งอีสานยุค 90
มีรายงานว่า จ่าหรีด อุดร หรือ “ร็อคไหแตก จ่าหรีด อุดร” นักร้องลูกทุ่งอีสานเจ้าของผลงานเพลงดังอย่าง กะเทยเฒ่า และ บ่าวขี้คร้าน เสียชีวิตอย่างกะทันหันเมื่อเวลาประมาณ 23.00 น. ของวันที่ 13 ตุลาคม 2569 หลังมีอาการแน่นหน้าอกและหายใจไม่ออก ข่าวดังกล่าวสร้างความอาลัยให้กับครอบครัว เพื่อนร่วมวงการ และแฟนเพลงเป็นอย่างมาก
ก่อนเข้าสู่วงการเพลง จ่าหรีดเคยทำงานตำรวจชุมชนสัมพันธ์ในจังหวัดอุดรธานี นอกจากนี้ยังมีบทบาทเป็นนักจัดรายการวิทยุและผู้ประกอบการหนังกลางแปลง เขาเป็นศิลปินที่มีเอกลักษณ์และสร้างความสนุกสนานให้ผู้ฟัง โดยเฉพาะแฟนเพลงที่เติบโตมากับเสียงเพลงลูกทุ่งอีสานในยุค 90
ขอร่วมแสดงความเสียใจต่อการจากไปของจ่าหรีด อุดร ขอให้ดวงวิญญาณของท่านไปสู่สุคติ และขอส่งกำลังใจให้ครอบครัวและผู้ที่รักท่านในช่วงเวลาแห่งความสูญเสีย
แหล่งข่าวสำหรับติดตามเพิ่มเติม

ย้อนกลับไปในอดีต จ่าหรีด อุดร เคยปฏิบัติหน้าที่เป็นตำรวจชุมชนสัมพันธ์ สังกัด สภ.เมืองอุดรธานี ก่อนก้าวเข้าสู่วงการเพลงลูกทุ่งอีสาน ด้วยบุคลิกสนุกสนาน อารมณ์ดี และการร้องเพลงที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

จ่าหรีด อุดร สร้างชื่อจากเพลง “กะเทยเฒ่า” และ “บ่าวขี้คร้าน” กับค่ายเพลง PGM โดยออกผลงานในนาม “ร็อคไหแตก จ่าหรีด อุดร” ซึ่งเป็นที่รู้จักในกลุ่มคนฟังเพลงลูกทุ่งอีสาน โดยเฉพาะเพลง “กะเทยเฒ่า” ที่ดังมากในยุค 90 จากการเปิดตามสถานีวิทยุและงานรื่นเริงต่าง ๆ ด้วยทำนองสนุกสนาน เนื้อหาขบขัน และสำเนียงอีสานที่เป็นเอกลักษณ์ จนกลายเป็นเพลงที่แฟนเพลงยุคนั้นยังจดจำได้จนถึงทุกวันนี้

นอกจากความสนุกแล้ว เพลง “กะเทยเฒ่า” ยังนำเสนอเรื่องราวของผู้มีความหลากหลายทางเพศผ่านบทเพลงลูกทุ่งอีสาน ซึ่งสะท้อนภาพสังคมและทัศนคติของผู้คนในแต่ละยุค และเคยถูกนำไปศึกษาในงานวิจัยทางวิชาการเกี่ยวกับวรรณกรรมเพลงลูกทุ่งอีสานที่นำเสนอเรื่องราวของเพศที่สามอีกด้วย
ไม่เพียงแค่งานเพลง จ่าหรีด อุดร ยังเคยทำธุรกิจภาพยนตร์กลางแปลงในชื่อ “พานทองภาพยนตร์” ใน จ.อุดรธานี ในยุคที่หนังกลางแปลงยังได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย พร้อมกับทำหน้าที่ดีเจจัดรายการวิทยุไปด้วย
ต่อมาในช่วงทศวรรษ 2000 เมื่อสื่อโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมเริ่มขยายตัว จ่าหรีด อุดร ได้ปรับบทบาทเข้าสู่ธุรกิจจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารเสริมผ่านโทรทัศน์ดาวเทียมในยุค PSI ซึ่งได้รับความนิยมในช่วงเวลานั้น
ตลอดเส้นทางชีวิต จ่าหรีด อุดร จึงไม่ได้เป็นแค่นักร้องเจ้าของเพลงดัง แต่ยังเป็นทั้งตำรวจที่ทำงานใกล้ชิดประชาชน นักจัดรายการวิทยุ เจ้าของกิจการหนังกลางแปลง และนักธุรกิจที่คนอีสานคุ้นเคยมาอย่างยาวนาน การจากไปครั้งนี้จึงนับเป็นอีกหนึ่งความสูญเสียของวงการเพลงลูกทุ่งอีสาน โดยเฉพาะสำหรับคนที่เติบโตมากับเสียงเพลงและรายการวิทยุในยุค 90
